|
ความนำ
หลังจากเขียนหนังสือ วลีภาษา ไทย-อีสาน-ลาว (Thai-Isan-Lao
Phrasebook) เสร็จ ในปี พ.ศ.2542 แล้วแอ็สก่อ
มูลเลอรุพ (Asger Mollerup)
ได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งศึกษา ภาษาผู้ไท
ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายภาษาของชนเผ่าในหมู่บ้านแก่งนาง อำเภอดงหลวง
จังหวัดมุกดาหาร ที่ซึ่งเขาพักอาศัยอยู่นานเกือบ 20 ปี
ภาษาผู้ไทในแก่งนางบางคำ จะเพี้ยนจากภาษาผู้ไทเขาวง
ก่อนมีการแบ่งเขตการปกครองใหม่ บ้านแก่งนาง
เคยเป็นหมู่บัานหนึ่งขึ้นกับอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์
เนื่องจากผู้เขียนกำลังศึกษาหลายโครงการ จึงขยายเวลาการศึกษาภาษาผู้ไท
ออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง วันที่1 มกราคม 2550 แอ็สก่อได้สมรสกับสาวผู้ไท
และย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านของภรรยาซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เป็นผู้ไท และมี
วัฒนธรรมเดียว ที่บ้านนาโก อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่นี่ทำให้แรงบันดาลใจในการเขียนภาษาผู้ไทยกลับมาอีกครั้งกับ ธัญญลักษณ์
ไชยสุข มูลเลอรุพ
ในช่วงต้นปี 2550 ผู้เขียนทั้งสองยังยุ่งกับงานของตนเอง
แต่ในช่วงหน้าฝนนี้เราเริ่มร่วมงานกันอีกครั้ง
โดยเขียนคู่มือการเขียนภาษาผู้ไท เพราะภาษาผู้ไทใม่มีภาษาเขียน
และยังไม่มีข้อตกลงอย่างเอกฉันท์ในหลักการเขียน
ลักษณะของโครงการ
ในปี 2549
ผู้เขียนทั้งสองได้รวบรวมรายการคำในภาษาไทย-ลาวอีสานและผู้ไท
ซึ่งประกอบด้วยคำที่ออกเสียงแตกต่างกันในแต่ละภาษา เช่นคำว่า
‘สวย’
ในภาษาไทย
ภาษาผู้ไท
‘ซับ’
ภาษาลาว ‘งาม’
โครงการภาษาผู้ไท มีความคล้ายหนังสือ
วลีภาษาไทย-อีสานลาว ค่อนข้างมาก ในหนังสือประกอบด้วย วลี รายการคำ
หลักภาษาโดยมีหลักการเขียนภาษาผู้ไท เหมือนกับภาษาไทย และลาว
ในการเขียนใช้ทั้งอักษรไทย และลาว อักษรไทยสำหรับภาษาไทยและผู้ไท
อักษรลาวสำหรับภาษาลาวและผู้ไทใน ส.ป.ป.ลาว
สำหรับผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาใช้
IPA(
International Phonetic
Alphabet)
ในการอ่าน ข้อมูลทุกส่วนจะถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเสียงเป็นภาษาผู้ไทย
ภาษาผู้ไทก็เหมือนกับภาษาไทยและลาวอยู่ในตระกูลภาษาไท-กะได (Tai-Kadai)
ชนเผ่าผู้ไทอาศัยอยู่ในชุมชนที่แวดล้อมด้วยชุมชนที่ใช้ภาษาลาว
แต่ภาษาไม่ใช่กลุ่มลาว ชนเผ่าผู้ไทมักจะหมายถึง ผู้ไทดำ ผู้ไทขาว
ผู้เขียนบางคนแบ่งผู้ไทเป็น 4 กลุ่ม มี ผู้ไทดำ ผู้ไทขาว ผู้ไทแดง
และผู้ไทลาย ซึ่ง 2 กลุ่มหลังอาศัยอยู่ทางลาวเหนือ
และตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม (สิบสองจุไท หรือ สิบสองเจ้าไท เดียน
เบียน ฟู และเมืองแถน) ผู้เขียนเชื่อว่า ถิ่นที่อยู่เดิม
อาจเป็นที่เดียวกัน เป็นไปได้ว่า
กลุ่มต่างๆของผู้ไทเป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิดกัน แต่มีความแตกต่างกัน
ข้อโต้แย้ง เหล่านี้ควรใช้การเปรียบเทียบการออกเสียงภาษาในการแยก
เช่นไทดำมีสระควบกล้ำแต่ผู้ไทไม่มี เช่น ภาษาไทดำ คำว่า
‘เมีย’
‘งัว’
‘เหนือ’
แต่ในภาษาผู้ไท
‘เม’
‘โง’
‘เหนอ’
การศึกษาเปรียบเทียบระบบการออกเสียงวรรณยุกต์
จะบอกได้อย่างชัดเจนว่าภาษามีการขยายตัวอย่างไร
และชนเผ่าแต่ละกลุ่มมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
คำภาษาไทยเดิมส่วนใหญ่มีพยางค์เดียว เช่น
‘แม่’
‘กิน’
‘น้ำ’
ออกเสียงเหมือนกันทั้ง 3 ภาษาแต่สำเนียงอาจแตกต่างกัน
ดูที่ระบบการออกเสียงวรรณยุกต์(tonal
cards)
ชนเผ่าผู้ไทที่อาศัยอยู่ที่ภาคอีสานปัจจุบัน
ได้อพยพมาจากหลายพื้นที่จากทางตอนใต้ของลาว ในศตวรรษที่ 19
ผู้ไทแต่ละกลุ่มต่างบอกว่าตังเองมีสำเนียงที่แตกต่างกันสำเนียงเหล่านี้เมื่อใช้ระบบเสียงวรรณยุกต์จำแนกส่วนใหญ่แตกต่างกัน
ภาษาผู้ไททางอีกฝั่งของแม่น้ำโขงก็อาจจะมีสำเนียงที่แตกต่างเหมือนกัน
บางทีอาจเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงสำเนียงภาษาของทั้งสองฝั่งโขงโดยใช้
กล่องเสียงวรรณยุกต์เปรียบเทียบ กับสำเนียงภาษาผู้ไทยในภาคอีสานของไทย
สำเนียง
ภาษาผู้ไทดั้งดิมแถบสองฝั่งของแม่น้ำโขง เป็นภาษาที่มีความคล้ายคลึงกันมาก
แต่ผู้ไทใน ส.ป.ป.ลาว อาจจะยังใช้คำศัพท์ที่โบราณกว่าในประเทศไทย
การศึกษาเริ่มแรกโดยการเดินทางไปทำความรู้จักพื้นที่ที่ชนเผ่าผู้ไทอาศัยอยู่ที่แขวงสะหวันนะเขด
ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ทางทิศใต้ของลาวและอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำโขงซึ่งจะเริ่มในช่วงหลังฝนนี้
หลังจากทำความรู้จักพื้นที่แล้วจะเชิญกลุ่มผู้สูงอายุในหมู่บ้านของเรา
ผู้ซึ่งเห็นคุณค่าของภาษาและมีความรู้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนในความเหมือนและแตกต่างของภาษาของทั้งสองฝั่งโขง
เพื่อนๆของเรากำลังศึกษาเกี่ยวกับ การรักษาแบบพื้นบ้านของผู้ไทเช่น
หมอเหยา ยาสมุนไพร การนวด การทอผ้าผู้ไทย ประวัติศาสตร์ผู้ไท และอื่นๆ
ผู้เขียนได้ให้พื้นที่ในหนังสือเล่มนี้
แก่ท่านเหล่านี้ในการนำเสนอผลการศึกษาด้วย
สิ่งที่ดีๆอื่นๆเกี่ยวกับผู้ไท ทุกท่านสามารถมาร่วมแบ่งปันกับพวกเราได้
โครงการนี้เปิดเสมอสำหรับทุกท่าน เหมือนกับสะพานข้ามแม่น้ำโขง
มุกดาหาร-สะหวันนะเขด ที่เชื่อมโยงทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน
ลักษณะของโครงการ
| 1.0.0. |
ภาษา |
| 1.1.1. |
ภาษาผู้ไทบ้านนาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
(2548-2550) |
| 1.1.2. |
รายการคำภาษาผู้ไท ที่ออกเสียงแตกต่างจากลาวอีสาน
และไทยกลาง (2548-2550) |
| 1.1.3. |
วลีในภาษาผู้ไท (2550) |
| 1.1.4 |
รายการคำแยกตามเสียงวรรณยุกต์ (2550)
|
| 1.1.5. |
คู่มือการเขียนภาษาผู้ไท (2548-2551) |
| 1.2.0. |
ภาษาผู้ไทที่เมืองพิน เมืองวัง เมือง เซโพน
แขวงสะหวันนะเขด ส.ป.ป.ลาว (2550-2552) |
| 1.3.0. |
ภาษาผู้ไทใน มุกดาหาร กาฬสินธุ์ นครพนม และสกลนคร
(2551-2553) |
| 1.4.0. |
ภาษาผู้ไทในลาวตอนเหนือ (2551) |
| 1.5.0. |
ภาษาผู้ไท ในเวียดนาม (2551) |
| 1.6.0. |
ภาษาผู้ไท และภาษาไทดำ ความเหมือน ความแตกต่าง
(2540-2551) |
| 1.7.0. |
ภาษาผู้ไท ภาษาญ้อ ภาษาโย้ย (จังหวัดสกลนคร)
ความเหมือน และแตกต่าง (2552) |
| 1.8.0. |
การวิเคราะห์โดยการบันทึกเสียงของกลุ่มทั้งหมดที่กล่าวข้างต้น
(2550 เป็นต้นไป) |
| 1.9.0. |
ศึกษาวรรณกรรม (2548 เป็นต้นไป) |
| |
|
| 2.0.0. |
ประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรม
ของชนเผ่าผู้ไทในประเทศไทย ลาว และเวียดนาม |
| 2.1.0. |
ศึกษาเปรียบเทียบประเพณีความเชื่อ (เช่น ผี
การเลี้ยงผี บุญประจำปี การแต่งงาน เป็นต้น (2549 เป็นต้นไป) |
| 2.2.0. |
ศึกษาเปรียบเทียบผ้าทอมือผู้ไทสองฝั่งโขง
ศึกษาที่สะหวันนะเขด ส.ป.ป.ลาว (2550-2551) โดย อาจารย์ เสนอ
เถาว์ชาลี |
| 2.3.0. |
การดูแลรักษาสุขภาพของชาวผู้ไทย (2548-2551) โดย
คุณปรียาวรรณ การวิทยี |
| 2.4.0. |
คำศัพท์ภาษาผู้ไทที่กำลังเลิกใช้แล้ว (2549-2551)
โดย อาจารย์ นิด อุทโท |
| 2.5.0. |
การละเล่นพื้นบ้านของชาวผู้ไท (2550-2551) โดย
คุณปาริชาติ หาญไชยนะ |
| 2.6.0. |
ศึกษาวรรณกรรม (2548 เป็นต้นไป) |
| |
|
| 3.0.0. |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ |
| 3.1.0. |
อนุรักษ์ภาษาถิ่นของชนเผ่าตามแนวแม่น้ำโขง (2550
เป็นต้นไป) |
| 3.2.0. |
ทำ เวบไซค์ (2548 เป็นต้นไป) |
| 3.3.3. |
จัดพิมพ์เป็นหนังสือ หรือ อี-บุค
(E-book) |
| |
|
| 4.0.0. |
รูปแบบ |
| 4.1.0. |
พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาลาว
และทำซีดีเสียงภาษาผู้ไท |
| |
|
|